หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ไวรัสตับอักเสบซีคืออะไร? ติดต่ออย่างไร และปัจจุบันรักษาหายได้หรือไม่?

ไวรัสตับอักเสบซีคืออะไร? ติดต่ออย่างไร และปัจจุบันรักษาหายได้หรือไม่?

ไวรัสตับอักเสบซีคืออะไร? ปัจจุบันรักษาหายได้หรือไม่?

ไวรัสตับอักเสบซี หรือ Hepatitis C เป็นการติดเชื้อไวรัส HCV ที่ติดต่อผ่านเลือดเป็นหลัก และสามารถทำให้ตับอักเสบทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง จุดสำคัญคือผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่มีอาการ จึงอาจมีเชื้ออยู่เป็นเวลานานโดยไม่รู้ตัว หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา การติดเชื้อเรื้อรังอาจนำไปสู่ตับแข็งและมะเร็งตับได้ อย่างไรก็ตาม ไวรัสตับอักเสบซีแตกต่างจากโรคตับเรื้อรังหลายชนิด เพราะปัจจุบันสามารถรักษาให้หายได้ ยาต้านไวรัสชนิดออกฤทธิ์โดยตรง หรือ Direct-acting antivirals (DAAs) 

ไวรัสตับอักเสบซีเกิดอะไรขึ้นกับตับ?

เมื่อ HCV เข้าสู่ร่างกาย เชื้อจะเข้าไปเพิ่มจำนวนในเซลล์ตับและกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดการอักเสบและความเสียหายของตับ หลังได้รับเชื้อ ผู้ติดเชื้อไม่ได้มีผลลัพธ์เหมือนกันทุกคน WHO ระบุว่า ประมาณ 30% สามารถกำจัดเชื้อได้เองภายใน 6 เดือนโดยไม่ต้องรักษา ส่วนอีกประมาณ 70% จะพัฒนาเป็นการติดเชื้อ HCV เรื้อรัง หากมีการติดเชื้อเรื้อรัง ตับอาจได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่องโดยที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัว และในผู้ติดเชื้อเรื้อรังมีความเสี่ยงเกิดตับแข็งประมาณ 15–30% ภายใน 20 ปี 

ไวรัสตับอักเสบซีติดต่อทางไหน?

HCV เป็น ไวรัสที่ติดต่อผ่านเลือด การติดเชื้อเกิดขึ้นเมื่อเลือดที่มีเชื้อเข้าสู่ร่างกายของอีกคน ช่องทางที่อาจทำให้ได้รับเชื้อ ได้แก่

  • ใช้เข็มหรืออุปกรณ์ฉีดยาร่วมกับผู้อื่น
  • ใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ไม่ผ่านกระบวนการทำให้ปราศจากเชื้ออย่างเหมาะสม
  • ได้รับเลือดหรือผลิตภัณฑ์จากเลือดที่ไม่ได้ผ่านการตรวจคัดกรอง
  • สักหรือเจาะร่างกายด้วยอุปกรณ์ที่ปนเปื้อนเลือด
  • จากแม่ที่ติดเชื้อสู่ลูก
  • มีเพศสัมพันธ์ในลักษณะที่ทำให้เกิดการสัมผัสเลือด

WHO ระบุว่าการติดต่อทางเพศสัมพันธ์สามารถเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะกิจกรรมที่ทำให้สัมผัสเลือด แต่ HCV ติดต่อผ่าน เลือดเป็นหลัก 

ไวรัสตับอักเสบซีมีอาการอย่างไร?

ผู้ที่ติดเชื้อ HCV ทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรังจำนวนมากดูและรู้สึกเหมือนคนปกติ ส่วนการติดเชื้อเรื้อรังอาจไม่มีอาการจำเพาะเป็นเวลานานกว่า 20 ปี หากมีอาการ อาจพบ เช่น

  • อ่อนเพลีย
  • เบื่ออาหาร
  • คลื่นไส้หรืออาเจียน
  • ปวดท้อง
  • ปวดข้อ
  • มีไข้
  • ปัสสาวะสีเข้ม
  • อุจจาระสีซีด
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง

อาการเหล่านี้ไม่สามารถใช้ยืนยันว่าเป็นไวรัสตับอักเสบซีได้ เพราะพบได้ในโรคตับและโรคอื่นอีกหลายชนิด การตรวจเลือดจึงเป็นวิธีสำคัญในการค้นหาการติดเชื้อ

ไวรัสตับอักเสบซีรักษาหายไหม? 

ในอดีตการรักษาไวรัสตับอักเสบซีมีความซับซ้อน ใช้เวลานาน และมีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก แต่ปัจจุบันมี ยาต้านไวรัสชนิดออกฤทธิ์โดยตรง หรือ DAAs ซึ่งออกฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการที่ไวรัสจำเป็นต้องใช้ในการเพิ่มจำนวน WHO ระบุว่า DAAs สามารถรักษาผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีให้หายได้มากกว่า 95% 

รักษาหายแล้ว ตับจะกลับมาเป็นปกติไหม?

การกำจัด HCV ออกจากร่างกายช่วยหยุดปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตับเกิดการอักเสบต่อเนื่อง และช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจากโรคตับในอนาคต แต่รักษาเชื้อหายไม่ได้หมายความว่าความเสียหายของตับที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้จะหายไปทันที โดยเฉพาะผู้ที่มีตับแข็งอยู่ก่อนรักษา ยังจำเป็นต้องได้รับการติดตามสุขภาพตับอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังมีความเสี่ยงต่อมะเร็งตับแม้ว่าจะกำจัด HCV ได้แล้ว

บทบาทของยาสมุนไพรจีนในการดูแลตับ

การแพทย์แผนจีนไม่ได้พิจารณาเฉพาะ “ตับอักเสบ” แต่จะดูอาการของผู้ป่วยร่วมกัน เช่น แน่นหรือไม่สบายบริเวณชายโครง ท้องอืด เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย รวมถึงอารมณ์และการพักผ่อน เพื่อประเมินว่าร่างกายมีความผิดปกติในลักษณะใด แล้วจึงเลือกแนวทางดูแลให้เหมาะกับแต่ละคน หนึ่งในภาวะที่กล่าวถึงในทางการแพทย์จีนคือ “ชี่ตับติดขัด” หมายถึง การไหลเวียนของพลังงานในร่างกายไม่คล่อง ตำรับยาสมุนไพรจีนที่ใช้ดูแลประกอบด้วยสมุนไพรจีนหลายชนิด เช่น Chaihu, Xiangfu, Danggui, Baishao, Fuling ฯลฯ ซึ่งมีสรรพคุณช่วยให้พลังชี่ตับไหลเวียนได้ดี คลายภาวะชี่ติดขัด บำรุงและปรับการไหลเวียนของเลือด รวมถึงช่วยปรับการทำงานของระบบร่างกายให้สมดุล

ไวรัสตับอักเสบซีมีวัคซีนไหม?

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสำหรับป้องกันไวรัสตับอักเสบซี ต่างจากไวรัสตับอักเสบ A และ B ที่มีวัคซีนป้องกันแล้ว การป้องกัน HCV จึงเน้นลดโอกาสสัมผัสเลือดที่มีเชื้อ เช่น

  • ไม่ใช้เข็มหรืออุปกรณ์ฉีดยาร่วมกัน
  • ใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ปลอดเชื้อ
  • เลือกสถานที่สักหรือเจาะที่มีมาตรฐาน
  • ไม่ใช้ของส่วนตัวที่อาจปนเปื้อนเลือดร่วมกัน
  • ป้องกันกิจกรรมทางเพศที่อาจทำให้สัมผัสเลือด

สรุป

ไวรัสตับอักเสบซีเป็นการติดเชื้อ HCV ที่ติดต่อผ่านเลือดเป็นหลัก ผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่มีอาการและอาจไม่ทราบว่าตนเองมีเชื้อจนโรคดำเนินมานาน การตรวจ Anti-HCV ใช้ค้นหาว่าเคยได้รับเชื้อหรือไม่ ส่วนการตรวจ HCV RNA ใช้ยืนยันว่าปัจจุบันยังมีเชื้ออยู่ จุดสำคัญคือไวรัสตับอักเสบซีสามารถรักษาหายได้ โดยยาต้านไวรัสกลุ่ม DAA สามารถกำจัดเชื้อได้มากกว่า 95% อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน และผู้ที่รักษาหายแล้วสามารถติดเชื้อซ้ำได้ จึงยังจำเป็นต้องป้องกันการสัมผัสเลือดและดูแลสุขภาพตับอย่างต่อเนื่อง

คำถามที่พบบ่อย

Q: ไม่มีอาการ จำเป็นต้องรักษาไหม?
A: การไม่มีอาการไม่ได้หมายความว่าเชื้อไม่ทำร้ายตับ ผู้ติดเชื้อเรื้อรังจำนวนมากไม่มีอาการเป็นเวลานาน การตรวจและรักษาช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของตับ ตับแข็ง และมะเร็งตับในระยะยาว

Q: เป็นไวรัสตับอักเสบซี สามารถกินข้าวกับคนในครอบครัวได้ไหม?
A: ได้ HCV ไม่ได้ติดต่อผ่านอาหาร น้ำ หรือการรับประทานอาหารร่วมกัน การป้องกันควรเน้นการหลีกเลี่ยงการสัมผัสเลือดที่มีเชื้อ 

Q: ตรวจ Anti-HCV เป็นบวก แปลว่ายังมีเชื้ออยู่หรือไม่?
A: ยังสรุปไม่ได้ ผล Anti-HCV เป็นบวกหมายถึงเคยได้รับเชื้อ HCV มาก่อน จำเป็นต้องตรวจ HCV RNA เพื่อยืนยันว่าปัจจุบันยังมีเชื้ออยู่หรือไม่

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Armony

Armony

ตับ // ทางเดินอาหาร // ประสาทและสมอง

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top