อีกแนวทางในการรักษา ด้วยตำรับยาสมุนไพรจีน “ทะลวงเส้นเลือดและเส้นลมปราณ สลายภาวะเลือดคั่ง ผลักดันการไหลเวียนของเลือด” ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน
“ผื่นคันเรื้อรัง” เป็นปัญหาที่รบกวนชีวิตได้มาก โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการผื่นแดง บวม คัน แสบ ระคายเคือง หรือผื่นเป็น ๆ หาย ๆ แม้จะใช้ยาแก้แพ้ ยาลดการอักเสบ ยาสเตียรอยด์ หรือยาทาผิวแล้ว บางรายก็ยังพบว่าอาการคันควบคุมได้ไม่ดี เมื่อรักษามาหลายวิธีแต่ผื่นคันไม่หายหรือกลับมาเป็นซ้ำ คำถามจึงอาจไม่ใช่เพียงว่า “มียาอะไรที่แรงกว่านี้อีกไหม?” แต่อาจต้องมองเพิ่มเติมว่ามีปัจจัยอะไรที่ทำให้อาการคันและการอักเสบของผิวหนังยังดำเนินต่อเนื่องอยู่ กรณีของผู้ป่วยชายวัย 93 ปีที่มี ผื่นเอ็กซีมา (Eczema) และผิวหนังอักเสบเรื้อรัง มาประมาณ 4 ปี เป็นอีกตัวอย่างที่ช่วยให้เห็นภาพของปัญหานี้ได้ชัดเจนขึ้น
ผื่นคันไม่หายนาน 4 ปี แม้รักษามาหลายวิธี
ผู้ป่วยชายอายุ 93 ปี ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็นผื่นเอ็กซีมา (Eczema) และผิวหนังอักเสบ มีอาการต่อเนื่องมาประมาณ 4 ปี หนึ่งในอาการที่รุนแรงและรบกวนชีวิตมากที่สุดคือ อาการคันเรื้อรัง ผู้ป่วยคันหลายตำแหน่งของร่างกายแทบทุกวัน และเกือบทุกคืนอาการคันรุนแรงจนต้องตื่นขึ้นมาหลายรอบ แพทย์กำชับไม่ให้เกา เพราะการเกาอาจทำให้ผิวหนังบาดเจ็บและอักเสบมากขึ้น เมื่อคันมากในเวลากลางคืน ผู้ดูแลจึงต้องช่วยตบเบา ๆ ประคบเย็น และทายา จึงจะสามารถกลับไปนอนได้ ตลอดระยะเวลาหลายปี ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยยาหลายกลุ่ม ได้แก่
| Bilastine 20 mg | ยาต้านฮิสตามีนสำหรับอาการแพ้และอาการคัน |
| Prednisolone 5 mg | ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดรับประทาน มีฤทธิ์ลดการอักเสบทั่วร่างกาย |
| Dermovate (Clobetasol propionate 0.05%) | ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดทาที่มีความแรงสูงมาก |
| Elidel (Pimecrolimus 1%) | ยาทาที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ใช้ควบคุมกระบวนการอักเสบของผิวหนัง |
| Urea 10% + TA 0.1% | ครีมที่โรงพยาบาลเตรียมให้ รวมถึงผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว |
นอกจากการรักษาทางการแพทย์ปัจจุบัน ผู้ป่วยยังเคยเข้ารับการรักษาที่คลินิกแพทย์แผนจีน รับประทานยาต้มสมุนไพรจีนและยาสมุนไพรจีนหลายชนิดสำหรับปัญหาผิวหนัง อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาประมาณ 4 ปี ผื่นและอาการคันยังไม่สามารถควบคุมได้ โดยเฉพาะอาการคันที่เกิดขึ้นแทบทุกวัน
ทำไมผื่นคันเรื้อรัง รักษาแล้วจึงกลับมาเป็นซ้ำ?
อาการคันจากผิวหนังอักเสบเรื้อรัง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคำว่า “แพ้” หรือฮิสตามีนเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะในโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) ยังมีหลายระบบที่เกี่ยวข้องและส่งผลต่อกัน ได้แก่
- เกราะป้องกันของผิวหนังเมื่อทำงานผิดปกติ ผิวจะสูญเสียน้ำง่าย แห้ง และไวต่อสิ่งกระตุ้นมากขึ้น
- ระบบภูมิคุ้มกันและการอักเสบทำให้เกิดผื่นแดง บวม คัน แสบ และระคายเคือง
- เส้นประสาทรับความรู้สึกการอักเสบสามารถกระตุ้นเส้นประสาทที่ผิวหนังให้ส่งสัญญาณคันไปยังสมอง
เมื่อกระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำเป็นเวลานาน ระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับอาการคันอาจตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นได้ไวขึ้น จึงเกิดเป็นวงจรต่อเนื่อง
- เกราะป้องกันผิวผิดปกติ
- การอักเสบ
- คันและระคายเคือง
- ผิวถูกกระตุ้นซ้ำ
- การอักเสบดำเนินต่อ
- ผื่นกลับมาเป็นซ้ำ
วงจรนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่อธิบายได้ว่า ทำไมผู้ป่วยบางรายรักษาแล้วอาการดีขึ้นช่วงหนึ่ง แต่ภายหลัง ผื่นกลับมาเป็นซ้ำ หรือรับประทานยาแก้แพ้แล้วอาการคันเรื้อรังยังไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด
ผื่นคันเรื้อรังมานาน การแพทย์จีนมองอย่างไร?
เมื่อโรคดำเนินมาเป็นเวลานานและรักษาแล้วอาการยังเกิดซ้ำ ในศาสตร์การแพทย์แผนจีนมีแนวคิดหนึ่งที่ใช้พิจารณาโรคเรื้อรัง คือ

แนวคิดนี้อธิบายว่า เมื่อเจ็บป่วยเป็นเวลานาน ความผิดปกติอาจเกี่ยวข้องกับระบบเส้นลมปราณ รวมถึงการไหลเวียนของชี่และเลือดที่ติดขัด จนนำไปสู่ภาวะที่ทางการแพทย์จีนเรียกว่า “เลือดคั่ง” สำหรับคนทั่วไป อาจทำความเข้าใจอีกส่วนหนึ่งผ่านเรื่อง การไหลเวียนเลือดระดับจุลภาค (Microcirculation) ใต้ผิวหนังมีเครือข่ายหลอดเลือดขนาดเล็กจำนวนมาก ทำหน้าที่นำเลือด ออกซิเจน และสารอาหารไปยังเนื้อเยื่อ ขณะเดียวกันระบบไหลเวียนก็มีส่วนในการนำสารต่าง ๆ ที่เกิดจากกระบวนการเผาผลาญออกจากบริเวณเนื้อเยื่อ พูดง่าย ๆ คือ ระบบนี้ต้องช่วยให้ “สิ่งที่เนื้อเยื่อต้องการเข้าไปหล่อเลี้ยงได้ และสิ่งที่ไม่ต้องการถูกนำออกไปได้” ในโรคผิวหนังบางชนิด มีข้อมูลเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของ การไหลเวียนเลือดระดับจุลภาค ร่วมกับกระบวนการอักเสบ อย่างไรก็ตาม Microcirculation ในการแพทย์ปัจจุบันและ “ภาวะเลือดคั่ง” ในศาสตร์การแพทย์จีนเป็นแนวคิดจากคนละระบบ จึงไม่ควรตีความว่าเป็นภาวะเดียวกันโดยตรง
“活血化瘀” หลักการดูแลภาวะเลือดคั่งตามศาสตร์การแพทย์จีน
เมื่อผู้ป่วยมีอาการเรื้อรังและเข้าได้กับแบบแผนภาวะเลือดคั่ง การแพทย์แผนจีนอาจพิจารณาหลักการที่เรียกว่า “活血化瘀” (Huó Xuè Huà Yū) หรือ การส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดและสลายภาวะเลือดคั่ง กรณีผู้ป่วยรายนี้มีการเปลี่ยนแนวทางมาใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนที่อยู่บนหลักการดังกล่าว ข้อมูลทางเภสัชวิทยาที่อ้างอิงในต้นฉบับระบุถึงผลของตำรับในด้านการไหลเวียนและการอักเสบ จึงเป็นเหตุผลที่นำแนวทางนี้มาพิจารณาในกรณีที่มีอาการคันและผิวหนังอักเสบเรื้อรัง อย่างไรก็ตาม แนวคิดดังกล่าวควรมองเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการอธิบายและดูแลผู้ป่วยตามศาสตร์การแพทย์จีน ไม่ใช่ข้อสรุปว่าผื่นคันเรื้อรังทุกกรณีเกิดจากภาวะเลือดคั่ง เนื่องจากสาเหตุและกลไกของอาการคันแตกต่างกันได้ในผู้ป่วยแต่ละราย
หลังเปลี่ยนแนวทาง ผู้ป่วยที่คันเรื้อรังมา 4 ปีเปลี่ยนแปลงอย่างไร?
หลังจากมีผื่นเอ็กซีมา ผิวหนังอักเสบ และอาการคันเรื้อรัง มาประมาณ 4 ปี ผู้ป่วยรายนี้ได้รับตำรับยาสมุนไพรจีนตามหลักการส่งเสริมการไหลเวียนเลือดและสลายภาวะเลือดคั่ง ผลที่รายงานจากกรณีนี้มีลำดับดังนี้
-
ประมาณ7วันหลังเริ่มใช้
อาการคันที่เคยเกิดขึ้นแทบทุกวันและรบกวนการนอนมานานหลายปีทุเลาลงอย่างชัดเจน
-
มากกว่า20วัน
ผู้ป่วยไม่มีอาการคันแบบเดิมมาแล้วกว่า 20 วัน
-
มากกว่า30วัน
จากการติดตามล่าสุด ผู้ป่วยยังไม่กลับมามีอาการคันแบบเดิม ซึ่งก่อนหน้านี้เกิดขึ้นแทบทุกวันและทำให้ตื่นกลางคืน บางคืนต้องตื่นหลายรอบ
ในช่วงเวลาดังกล่าว มีรายงานว่าอาหาร สภาพแวดล้อม และการดูแลในชีวิตประจำวันยังคงเหมือนเดิม
มีข้อมูลการศึกษาเกี่ยวกับอาการคันเรื้อรังและแนวทางนี้หรือไม่?
ในปี ค.ศ. 2003 มีรายงานการศึกษาในผู้สูงอายุที่มีอาการคันผิวหนัง จำนวน 35 ราย โดยศึกษาการใช้ตำรับยาสมุนไพรจีนที่มีหลักการส่งเสริมการไหลเวียนเลือดและสลายภาวะเลือดคั่งร่วมกับยาต้านฮิสตามีน รายงานดังกล่าวระบุว่า กลุ่มที่ได้รับตำรับยาสมุนไพรจีนร่วมด้วยมีผลการรักษาดีกว่ากลุ่มที่ได้รับยาต้านฮิสตามีนเพียงอย่างเดียว ข้อมูลนี้มีความน่าสนใจเมื่อพิจารณาร่วมกับกรณีผู้ป่วยวัย 93 ปี แต่เนื่องจากเป็นการศึกษาขนาดเล็กและเผยแพร่มานานแล้ว จึงควรมองเป็น ข้อมูลประกอบ มากกว่าหลักฐานยืนยันประสิทธิผลสำหรับผู้ที่มีผื่นคันเรื้อรังโดยทั่วไป
อีกข้อสังเกตจากเคสนี้ คืออาการบวมระหว่างใช้สเตียรอยด์
ผู้ป่วยรายนี้เคยได้รับทั้ง Prednisolone ชนิดรับประทาน และ Dermovate ซึ่งมี Clobetasol propionate 0.05% เป็นตัวยาสำคัญ
ในช่วงที่รับประทาน Prednisolone ผู้ป่วยมีอาการเท้าบวมค่อนข้างมาก ครอบครัวจึงสอบถามแพทย์หลายครั้ง และได้รับคำอธิบายว่ายาสเตียรอยด์ชนิดรับประทานสามารถสัมพันธ์กับการคั่งของเกลือและน้ำและทำให้เกิดอาการบวมได้ หลังจากอาการคันลดลง ครอบครัวได้หยุดยาเดิมที่ใช้สำหรับปัญหาผิวหนัง และมีรายงานว่าประมาณครึ่งเดือนต่อมาอาการบวมที่เท้าหายไป ข้อมูลนี้แสดงถึงความสัมพันธ์ด้านเวลาในผู้ป่วยรายนี้ แต่ไม่สามารถใช้ยืนยันสาเหตุได้จากกรณีเดียว และไม่ควรนำไปใช้เป็นเหตุผลในการหยุดยาสเตียรอยด์ด้วยตนเอง การปรับหรือลดยาสเตียรอยด์ โดยเฉพาะยารับประทาน ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์
สำหรับ Clobetasol เป็นยาสเตียรอยด์ชนิดทาที่มีความแรงสูงมาก การใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานหรือใช้อย่างไม่เหมาะสมอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง เช่น ผิวบางและเส้นเลือดฝอยมองเห็นชัดขึ้น
ผื่นคันเรื้อรัง คันไม่หาย อาจมีหลายปัจจัยเกี่ยวข้อง
ผื่นคันเรื้อรังที่รักษาแล้วไม่หายหรือกลับมาเป็นซ้ำมีหลายปัจจัยเกี่ยวข้อง ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องฮิสตามีนหรืออาการแพ้ ในมุมการแพทย์ปัจจุบัน อาการคันในโรคผิวหนังอักเสบบางชนิดอาจเกี่ยวข้องกับทั้งเกราะป้องกันผิว การอักเสบ และระบบประสาทที่รับความรู้สึกคัน ขณะที่ศาสตร์การแพทย์แผนจีนมีอีกกรอบแนวคิดหนึ่งที่พิจารณาการไหลเวียนของชี่และเลือด รวมถึงภาวะเลือดคั่งในโรคที่ดำเนินมาเป็นเวลานาน ผลที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยวัย 93 ปีรายนี้หลังเปลี่ยนแนวทางการดูแลถือเป็นกรณีที่น่าสนใจ
Q&A
ผื่นคันเรื้อรังคืออาการคันนานแค่ไหน?
ในทางการแพทย์ โดยทั่วไปอาการคันที่เกิดขึ้นต่อเนื่องนานกว่า 6 สัปดาห์จัดเป็นอาการคันเรื้อรัง สาเหตุอาจมาจากโรคผิวหนังหรือความผิดปกติของระบบอื่นในร่างกายได้
ทำไมกินยาแก้แพ้แล้วอาการคันยังไม่หาย?
เพราะอาการคันไม่ได้เกิดจากฮิสตามีนเพียงกลไกเดียว ในโรคผิวหนังอักเสบบางชนิดอาจมีทั้งความผิดปกติของเกราะป้องกันผิว กระบวนการอักเสบ และระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกคัน
ผื่นคันเป็น ๆ หาย ๆ หมายความว่าเป็น Eczema หรือไม่?
ไม่เสมอไป เพราะผื่นคันสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น Eczema ผื่นแพ้สัมผัส การติดเชื้อ หรือโรคอื่น ๆ จึงไม่ควรวินิจฉัยจากอาการคันหรือการกลับมาเป็นซ้ำเพียงอย่างเดียว
เอกสารอ้างอิง
- 血府逐瘀胶囊治疗老年性皮肤瘙痒症 35 例疗效观察. 天津中医药大学学报 (Journal of Tianjin University of Traditional Chinese Medicine). 2003;22(2).
- Lutze S, Westphal T, Jünger M, Arnold A. Microcirculation disorders of the skin. Journal der Deutschen Dermatologischen Gesellschaft. 2024;22(2):236–264.
- Soares GB, Hashimoto T, Yosipovitch G. Atopic Dermatitis Itch: Scratching for an Explanation. Journal of Investigative Dermatology. 2024;144(5):978–988.
- Mack MR, Kim BS. Neuroimmune interactions in chronic itch of atopic dermatitis. Journal of the European Academy of Dermatology and Venereology. 2020.









