หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  Burnout คืออะไร? ภาวะหมดไฟต่างจากความเครียดทั่วไปอย่างไร

Burnout คืออะไร? ภาวะหมดไฟต่างจากความเครียดทั่วไปอย่างไร

Burnout คืออะไร? ต่างจากความเครียดทั่วไปอย่างไร

Burnout หรือภาวะหมดไฟจากการทำงาน คือภาวะที่เกิดจากความเครียดเรื้อรังในที่ทำงานที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม จนรู้สึกหมดพลัง เริ่มถอยห่างหรือมีความรู้สึกด้านลบต่องาน และรู้สึกว่าประสิทธิภาพในการทำงานของตัวเองลดลง WHO จัดภาวะ Burnout ไว้ใน ICD-11 ในฐานะ ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน (Occupational Phenomenon) ไม่ได้จัดเป็นโรคหรือภาวะทางการแพทย์โดยตรง และระบุชัดว่า Burnout ใช้กับบริบทของการทำงาน ไม่ควรนำไปใช้เรียกความเหนื่อยล้าจากทุกเรื่องในชีวิต

Burnout มีอาการสำคัญอะไรบ้าง?

WHO อธิบาย Burnout ผ่าน 3 องค์ประกอบหลัก ซึ่งสามารถแปลให้เข้าใจง่ายได้ดังนี้

1. หมดพลังและเหนื่อยล้า รู้สึกว่าไม่มีแรงสำหรับการทำงานเหมือนเดิม แม้บางครั้งจะพักแล้วก็ยังรู้สึกเหนื่อย อาจรู้สึกว่า

  • ตื่นมาแล้วไม่อยากไปทำงาน
  • ต้องฝืนตัวเองเพื่อเริ่มงาน
  • หมดแรงตั้งแต่ยังไม่จบวัน
  • รู้สึกเหนื่อยทั้งทางร่างกายและอารมณ์

2. เริ่มถอยห่างจากงาน จากงานที่เคยสนใจ อาจเริ่มรู้สึกว่าไม่อยากยุ่ง ไม่อยากมีส่วนร่วม หรือเกิดทัศนคติด้านลบต่อสิ่งที่ทำ บางคนอาจเริ่มรู้สึกเฉยชา หงุดหงิดง่าย หรือไม่อยากพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานและลูกค้า

3. รู้สึกว่าตัวเองทำงานได้ไม่ดีเหมือนเดิม อาจรู้สึกว่างานที่ทำไม่มีคุณค่า หรือรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งเหมือนเดิม ทั้งที่ความสามารถจริงอาจไม่ได้ลดลงมากเท่าที่รู้สึก WHO เรียกองค์ประกอบนี้ว่า Reduced Professional Efficacy หรือความรู้สึกว่าประสิทธิภาพในการทำงานลดลง

Burnout ต่างจากความเครียดทั่วไปอย่างไร?

ความเครียด (Stress)Burnout
เกิดจากอะไร?เกิดได้จากหลายเรื่อง เช่น งาน เงิน ครอบครัว หรือสุขภาพเกี่ยวข้องกับความเครียดเรื้อรังจากการทำงาน
ความรู้สึกหลักกดดัน ตึงเครียด หรือรู้สึกว่ามีเรื่องต้องจัดการมากเกินไปหมดพลัง ถอยห่างจากงาน และรู้สึกว่าตัวเองทำงานได้ไม่ดี
เมื่อได้พักความเครียดบางประเภทอาจลดลงเมื่อปัญหาคลี่คลายหรือได้พักอาจรู้สึกว่าแม้พักแล้วก็ยังไม่ฟื้นเหมือนเดิม
ความสัมพันธ์กับงาน ยังอาจอยากทำงานให้สำเร็จ แต่รู้สึกกดดันมากอาจเริ่มเฉยชา ถอยห่าง หรือมีความรู้สึกด้านลบต่องาน
ขอบเขตเกิดได้ในหลายด้านของชีวิตWHO ใช้คำนี้เฉพาะบริบทการทำงาน

ปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงภาวะ Burnout?

  • ภาระงานมากเกินไป มีงานจำนวนมาก ต้องทำหลายอย่างพร้อมกัน หรือมีเวลาจำกัดจนแทบไม่มีช่วงพัก
  • ควบคุมงานของตัวเองได้น้อย ไม่มีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับวิธีทำงาน เวลา หรือสิ่งที่รับผิดชอบ
  • หน้าที่และความคาดหวังไม่ชัดเจน ไม่แน่ใจว่าต้องทำอะไร เป้าหมายเปลี่ยนบ่อย หรือได้รับคำสั่งที่ขัดแย้งกัน
  • ขาดแรงสนับสนุนในที่ทำงาน รู้สึกว่าต้องรับมือกับปัญหาคนเดียว หรือไม่ได้รับความช่วยเหลือจากหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน
  • มีความขัดแย้งในที่ทำงาน เช่น ปัญหากับหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า หรือบรรยากาศการทำงานที่ตึงเครียด
  • รู้สึกว่างานไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่ทุ่มเท ทำงานหนักแต่ไม่เห็นคุณค่า ไม่ได้รับการยอมรับ หรือรู้สึกว่าสิ่งที่ทำไม่มีความหมาย
  • งานกินพื้นที่ชีวิตมากเกินไป ทำงานต่อเนื่องจนไม่มีเวลาพัก ไม่มีเวลาส่วนตัว หรือไม่สามารถแยกเวลางานออกจากเวลาชีวิตได้

Burnout ส่งผลต่อร่างกายหรือไม่?

Burnout เกิดในบริบทของความเครียดจากงานที่เรื้อรัง จึงอาจพบอาการทางร่างกายร่วมด้วย เช่น ปัญหาการนอน ปวดศีรษะ อาการทางกระเพาะหรือลำไส้ และความเหนื่อยล้า และหากมีอาการทางกายต่อเนื่อง ควรตรวจหาสาเหตุทางร่างกายด้วย เพราะโรคหลายชนิดสามารถทำให้เกิดอาการคล้ายกันได้

เมื่อไรควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ?

หากรู้สึกเหนื่อยจากงานเป็นครั้งคราว และอาการดีขึ้นหลังได้พัก อาจยังเป็นความเหนื่อยหรือความเครียดทั่วไป แต่ควรพิจารณาปรึกษาแพทย์ นักจิตวิทยา หรือผู้เชี่ยวชาญ หากมีอาการเหล่านี้

  • รู้สึกหมดพลังจากงานต่อเนื่อง
  • เริ่มไม่อยากไปทำงานหรือถอยห่างจากงานมากขึ้น
  • ประสิทธิภาพในการทำงานหรือสมาธิลดลงอย่างชัดเจน
  • อาการเริ่มกระทบชีวิตนอกเวลางาน เช่น นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย ไม่มีแรงทำกิจกรรม หรือความสัมพันธ์กับคนรอบตัวได้รับผลกระทบ
  • มีอาการเศร้า หมดหวัง หรือไม่สนใจสิ่งที่เคยชอบ
  • รู้สึกว่าไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้แล้ว

สรุป

Burnout คือภาวะหมดไฟที่สัมพันธ์กับความเครียดเรื้อรังจากการทำงานที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม โดย WHO ระบุลักษณะสำคัญ 3 ด้าน คือ หมดพลัง ถอยห่างหรือรู้สึกด้านลบต่องาน และรู้สึกว่าประสิทธิภาพในการทำงานลดลง หากพักแล้วไม่ดีขึ้น เริ่มรู้สึกหมดพลังกับงานอย่างต่อเนื่อง หรืออาการกระทบการนอน อารมณ์ และชีวิตประจำวัน ควรทบทวนทั้งภาระงานและสุขภาพของตนเอง พร้อมขอความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น

คำถามที่พบบ่อย

Q: Burnout เป็นโรคหรือไม่?

A: WHO จัด Burnout เป็น Occupational Phenomenon หรือปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ไม่ได้จัดเป็นโรคหรือภาวะทางการแพทย์ใน ICD-11

Q: Burnout เกิดจากเรื่องครอบครัวได้ไหม?

A: ตามนิยามของ WHO คำว่า Burnout ใช้เฉพาะบริบทของการทำงาน หากรู้สึกหมดแรงจากการดูแลครอบครัวหรือความเครียดด้านอื่น อาจมีคำเรียกหรือกรอบอธิบายอื่น แต่ไม่ใช่ Burnout ตามนิยาม ICD-11

Q: พักผ่อนแล้วไม่หายเหนื่อย แปลว่า Burnout หรือไม่?

A: ยังสรุปไม่ได้ เพราะอาการเหนื่อยเกิดได้จากการนอนไม่พอ ภาวะสุขภาพทางกาย ภาวะซึมเศร้า หรือปัจจัยอื่น ๆ แต่หากเกิดร่วมกับความรู้สึกหมดพลัง ถอยห่างจากงาน และรู้สึกว่าประสิทธิภาพในการทำงานลดลงต่อเนื่อง ควรเริ่มประเมินปัจจัยจากงานและสุขภาพร่วมกัน

Q: Burnout หายได้หรือไม่?

A: สามารถดีขึ้นได้ โดยเฉพาะเมื่อสามารถจัดการต้นเหตุของความเครียดจากงานและมีเวลาฟื้นตัวอย่างเพียงพอ แนวทางอาจรวมถึงการปรับภาระงาน เพิ่มการควบคุมงาน ขอแรงสนับสนุน ดูแลการนอน ออกกำลังกาย และขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเมื่อจำเป็น

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Armony

Armony

ตับ // ทางเดินอาหาร // ประสาทและสมอง

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top