หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ไขมันพอกตับห้ามกินอะไร? อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อดูแลตับ

ไขมันพอกตับห้ามกินอะไร? อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อดูแลตับ

ไขมันพอกตับห้ามกินอะไร? อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อดูแลตับ

อาหารบางชนิดทำให้ร่างกายได้รับพลังงาน น้ำตาล และไขมันมากเกินความต้องการ ส่งผลให้ไขมันสะสมในตับเพิ่มขึ้นและอาจเร่งให้โรคลุกลามได้ อาหารบางชนิดทำให้ร่างกายได้รับพลังงาน น้ำตาล และไขมันมากเกินความต้องการ ส่งผลให้ไขมันสะสมในตับเพิ่มขึ้น และอาจเร่งให้โรคลุกลามได้

ทำไมอาหารบางชนิดจึงทำให้ไขมันพอกตับแย่ลง?

ตับมีหน้าที่เปลี่ยนสารอาหารให้เป็นพลังงาน เมื่อได้รับพลังงานมากเกินไป โดยเฉพาะน้ำตาล เครื่องดื่มหวาน และอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ตับจะเปลี่ยนพลังงานส่วนเกินเป็นไตรกลีเซอไรด์และเก็บสะสมไว้ภายในเซลล์ตับ หากเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่

  • ไขมันสะสมในตับเพิ่มขึ้น
  • ภาวะดื้ออินซูลิน
  • การอักเสบของตับ
  • การเกิดพังผืดในตับ
  • เพิ่มความเสี่ยงตับแข็งในระยะยาว

แนวทางของ EASL แนะนำให้ลดอาหารแปรรูป เครื่องดื่มหวาน และอาหารที่ให้พลังงานสูง เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโรคของ MASLD

12 อาหารที่ควรลดหรือหลีกเลี่ยง

1. น้ำอัดลมและเครื่องดื่มหวาน เป็นกลุ่มอาหารที่ควรลดมากที่สุด เพราะให้พลังงานสูงแต่ไม่ทำให้อิ่ม อีกทั้งมักมีน้ำตาลฟรุกโตสในปริมาณมาก ซึ่งสัมพันธ์กับการสร้างไขมันในตับ 

  • น้ำอัดลม
  • ชานม
  • ชาเย็น
  • กาแฟเย็นหวาน
  • เครื่องดื่มชูกำลัง
  • น้ำหวานสีต่าง ๆ

ควรเปลี่ยนเป็น: น้ำเปล่า ชาไม่หวาน หรือกาแฟดำไม่เติมน้ำตาล

2. น้ำผลไม้ แม้จะทำจากผลไม้ แต่เมื่อนำมาคั้น ใยอาหารจะลดลงและดื่มได้ในปริมาณมาก ทำให้ได้รับน้ำตาลรวดเร็วกว่าการรับประทานผลไม้สด ควรเลือกผลไม้สดทั้งผลและรับประทานครั้งละ 1 ส่วน แทนการดื่มน้ำผลไม้ทุกวัน

3. ขนมหวานและเบเกอรี

  • เค้ก
  • คุกกี้
  • โดนัท
  • ขนมปังไส้หวาน
  • ครัวซองต์
  • ขนมไทยหวานจัด

อาหารเหล่านี้มักมีทั้งน้ำตาล ไขมันอิ่มตัว และพลังงานสูง

4. อาหารทอด การทอดทำให้อาหารดูดซับน้ำมันเพิ่มขึ้น หากรับประทานบ่อย อาจทำให้ได้รับไขมันและพลังงานเกินความต้องการ เช่น 

  • ไก่ทอด
  • หมูทอด
  • เฟรนช์ฟรายส์
  • กล้วยทอด
  • ปาท่องโก๋

5. เนื้อสัตว์ติดมันและหนังสัตว์

  • หมูสามชั้น
  • หนังไก่
  • หนังเป็ด
  • เนื้อติดมัน
  • เครื่องในสัตว์บางชนิดที่มีไขมันสูง

6. ไส้กรอก เบคอน และเนื้อแปรรูป อาหารกลุ่มนี้มักมีไขมันอิ่มตัวสูง โซเดียมสูง สารกันเสีย จึงควรรับประทานให้น้อยที่สุด

7. อาหารจานด่วน แม้อาหารบางชนิดสามารถรับประทานได้เป็นครั้งคราว แต่ไม่ควรเป็นอาหารประจำวัน เช่น

  • เบอร์เกอร์
  • พิซซ่า
  • ไก่ทอดชุดใหญ่
  • มันฝรั่งทอด

8. บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เส้นเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงโซเดียมสูง ไขมันจากการทอดเส้น ใยอาหารต่ำ หากจำเป็นต้องรับประทาน ควรเพิ่มผักและโปรตีน พร้อมลดการใช้เครื่องปรุงทั้งหมด

9. อาหารที่มีกะทิหรือครีมมาก สามารถรับประทานได้เป็นครั้งคราว แต่ไม่ควรรับประทานเป็นประจำทุกวัน เช่น

  • แกงกะทิ
  • ขนมกะทิ
  • ครีมซอส
  • วิปครีม

10. ข้าวและแป้งขัดสีในปริมาณมาก ผู้ป่วยไขมันพอกตับไม่จำเป็นต้องงดข้าว แต่ควรลดการรับประทานข้าวขาวหลายจาน เส้นจำนวนมาก ขนมปังขาว และแป้งขัดสี พร้อมเปลี่ยนเป็นธัญพืชไม่ขัดสีและควบคุมปริมาณ

11. ขนมขบเคี้ยว

  • มันฝรั่งทอด
  • ข้าวเกรียบ
  • ขนมอบกรอบ
  • ขนมเคลือบน้ำตาล

มักให้พลังงานสูงแต่สารอาหารต่ำ จึงรับประทานเพลินและเกินความต้องการได้ง่าย

12. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มแอลกอฮอล์สามารถเพิ่มภาระการทำงานของตับ และอาจทำให้การอักเสบรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีพังผืดหรือตับอักเสบอยู่แล้ว หากเป็นไขมันพอกตับ ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเหมาะสมในการดื่ม และในผู้ที่มีโรคตับระยะรุนแรงควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์

อ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้อ

นอกจากชนิดของอาหารแล้ว การอ่านฉลากโภชนาการก็ช่วยลดความเสี่ยงได้เช่นกัน ควรสังเกต 

  • น้ำตาล
  • ไขมันอิ่มตัว
  • พลังงานต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
  • จำนวนหน่วยบริโภคต่อบรรจุภัณฑ์
  • โซเดียม

หลายครั้งอาหารที่ดูเหมือนมีประโยชน์ อาจมีน้ำตาลหรือพลังงานสูงกว่าที่คิด

ไม่ต้องงดทุกอย่าง แต่เลือกให้เป็น

การดูแลไขมันพอกตับไม่ใช่การงดอาหารทุกชนิดที่ชอบ เพราะวิธีดังกล่าวมักทำได้ไม่นาน ควรใช้หลักง่าย ๆ คือ

  • ลดอาหารหวาน
  • ลดอาหารทอด
  • ลดอาหารแปรรูป
  • ลดไขมันอิ่มตัว
  • ลดเครื่องดื่มหวาน
  • ควบคุมปริมาณอาหาร

เมื่อทำควบคู่กับการออกกำลังกายและการลดน้ำหนักอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ไขมันในตับลดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สรุป

ผู้ที่มีไขมันพอกตับไม่จำเป็นต้องงดอาหารทุกชนิด แต่ควรลดเครื่องดื่มหวาน ขนมหวาน อาหารทอด เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารแปรรูป และแอลกอฮอล์ พร้อมควบคุมปริมาณข้าวและแป้งขัดสี การเลือกอาหารที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอร่วมกับการออกกำลังกายและการควบคุมน้ำหนัก จะช่วยลดไขมันสะสมในตับและลดความเสี่ยงที่โรคจะลุกลามในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย

รับประทานได้เป็นครั้งคราวในปริมาณเล็กน้อย แต่ไม่ควรเป็นประจำ เพราะของหวานมักมีน้ำตาลและพลังงานสูง
สามารถรับประทานได้ แต่ควรจำกัดปริมาณ เนื่องจากทุเรียนให้พลังงานและน้ำตาลค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับผลไม้หลายชนิด
รับประทานได้เป็นครั้งคราว แต่ไม่ควรรับประทานบ่อย เพราะให้ไขมันและพลังงานสูง
การลดน้ำหวานเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ควรทำร่วมกับการควบคุมอาหารโดยรวม การออกกำลังกาย และการลดน้ำหนัก เพื่อให้เห็นผลชัดเจนมากขึ้น

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Carbova Capsules

Carbova Capsules

ตับ // หัวใจ // ประสาทและสมอง // การไหลเวียนเลือด

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top