หน้าแรก  »  บทความสุขภาพ  »  ตรวจไขมันพอกตับอย่างไร? รู้จักการตรวจเลือด อัลตราซาวนด์ และ FibroScan

ตรวจไขมันพอกตับอย่างไร? รู้จักการตรวจเลือด อัลตราซาวนด์ และ FibroScan

ตรวจไขมันพอกตับอย่างไร? ต้องตรวจเลือดหรืออัลตราซาวนด์

ไขมันพอกตับเป็นภาวะที่มักไม่มีอาการ ผู้ป่วยจำนวนมากจึงทราบว่าตนเองมีไขมันสะสมในตับหลังตรวจสุขภาพประจำปี ตรวจเลือดพบค่าตับผิดปกติ หรือทำอัลตราซาวนด์ช่องท้องด้วยเหตุผลอื่น การวินิจฉัยไขมันพอกตับไม่ได้พิจารณาจากผลตรวจชนิดใดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยประวัติสุขภาพ การตรวจร่างกาย ผลเลือด และการตรวจภาพทางการแพทย์ร่วมกัน บางรายอาจต้องตรวจเพิ่มเติมเพื่อประเมินว่ามีตับอักเสบหรือพังผืดร่วมด้วยหรือไม่

ตรวจไขมันพอกตับอย่างไร?

การตรวจไขมันพอกตับมักประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่

  1. ซักประวัติและประเมินปัจจัยเสี่ยง
  2. ตรวจเลือดดูการทำงานของตับและโรคร่วม
  3. ตรวจอัลตราซาวนด์หรือการตรวจภาพเพื่อดูไขมันในตับ
  4. ประเมินความเสี่ยงพังผืดด้วย FIB-4 และอาจตรวจความแข็งของตับด้วย FibroScan หรือ Elastography

การตรวจเลือดเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันหรือปฏิเสธไขมันพอกตับได้ทั้งหมด เพราะผู้ป่วยบางรายมีไขมันสะสมหรือพังผืดในตับ แม้ค่า AST และ ALT ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ขั้นที่ 1 ประเมินความเสี่ยง ซักประวัติ ตรวจร่างกาย วัดน้ำหนัก รอบเอว และค้นหาเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือความดันโลหิตสูง

ขั้นที่ 2 ตรวจเลือดและตรวจภาพ ตรวจ AST, ALT, เกล็ดเลือด น้ำตาล ไขมันในเลือด และอัลตราซาวนด์ตามความเหมาะสม

ขั้นที่ 3 คำนวณ FIB-4 FIB-4 หรือ Fibrosis-4 Index เป็นคะแนนที่ใช้ประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นของพังผืดตับระยะรุนแรง โดยคำนวณจากข้อมูล 4 ค่า ได้แก่

  • อายุ
  • AST
  • ALT
  • จำนวนเกล็ดเลือด

AASLD ระบุว่า FIB-4 เป็นแบบประเมินที่ได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวาง ใช้ง่าย และเหมาะสำหรับใช้คัดกรองผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อพังผืด F3–F4

ค่า FIB-4การแปลผลเบื้องต้น
ต่ำกว่า 1.3ความเสี่ยงพังผืดระยะรุนแรงค่อนข้างต่ำ
1.3–2.67ผลก้ำกึ่ง ควรประเมินเพิ่มเติม 
มากกว่า 2.67มีความเป็นไปได้ของพังผืดระยะรุนแรงมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ค่าเกณฑ์ต้องปรับตามอายุและบริบทของผู้ป่วย FIB-4 มีความแม่นยำน้อยลงในผู้ที่อายุต่ำกว่า 35 ปี ส่วนผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปีอาจต้องใช้เกณฑ์ที่แตกต่างออกไป

ขั้นที่ 4 ตรวจความแข็งของตับ หาก FIB-4 อยู่ในระดับก้ำกึ่งหรือสูง แพทย์อาจส่งตรวจ FibroScan, Elastography หรือการตรวจเฉพาะทางอื่น

  • FibroScan เป็นการใช้คลื่นสั่นสะเทือนประเมินคุณสมบัติของเนื้อตับ เพื่อวัดความแข็งของตับและประเมินปริมาณไขมันสะสมในตับ

FibroScan เจ็บหรือไม่?

เป็นการตรวจที่ไม่เจ็บ ไม่ต้องใช้เข็ม และใช้เวลาไม่นาน ผู้ตรวจจะวางหัวตรวจบริเวณชายโครงด้านขวาเพื่อส่งคลื่นเข้าสู่ตับ

ขั้นที่ 5 พบแพทย์เฉพาะทาง ผู้ที่มีความเสี่ยงพังผืดสูง ผลตรวจขัดแย้ง หรือสงสัยโรคตับระยะรุนแรง อาจได้รับการส่งต่อพบแพทย์ระบบทางเดินอาหารและตับ

ใครบ้างควรได้รับการประเมินไขมันพอกตับ?

  • โรคเบาหวานชนิดที่ 2
  • ภาวะก่อนเบาหวาน
  • โรคอ้วนหรืออ้วนลงพุง
  • ไตรกลีเซอไรด์สูง
  • ความดันโลหิตสูง
  • กลุ่มอาการเมตาบอลิก
  • ค่า AST หรือ ALT สูงต่อเนื่อง
  • เคยตรวจพบไขมันพอกตับ
  • มีสมาชิกในครอบครัวเป็นตับแข็งหรือมะเร็งตับ
  • ดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้ยาและสมุนไพรหลายชนิด

AASLD แนะนำให้ผู้ที่สงสัย MASLD ได้รับการประเมินความรุนแรงด้วยวิธีแบบไม่รุกล้ำ เพื่อค้นหาผู้ที่มีความเสี่ยงต่อ MASH และพังผืดระยะรุนแรง

ตรวจพบไขมันพอกตับแล้วต้องทำอย่างไรต่อ?

หลังตรวจพบไขมันพอกตับ สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงดูว่ามีไขมันมากหรือน้อย แต่ต้องประเมินว่า

  • มีตับอักเสบหรือไม่
  • มีพังผืดหรือไม่
  • มีเบาหวานหรือไขมันในเลือดสูงร่วมด้วยหรือไม่
  • มีสาเหตุอื่นของโรคตับหรือไม่
  • ต้องติดตามผลบ่อยเพียงใด

ผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำอาจติดตามด้วยการตรวจเลือดและประเมิน FIB-4 เป็นระยะ ส่วนผู้ที่มีเบาหวานหรือปัจจัยเสี่ยงทางเมตาบอลิกหลายข้ออาจต้องติดตามถี่กว่า โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมควรเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์

สรุป

การตรวจไขมันพอกตับต้องประเมินหลายด้านร่วมกัน ทั้งประวัติสุขภาพ ผลเลือด อัลตราซาวนด์ และความเสี่ยงของพังผืด ค่า AST และ ALT ช่วยบอกความเสียหายของเซลล์ตับบางส่วน แต่อาจปกติได้แม้มีไขมันหรือพังผืดในตับ อัลตราซาวนด์ช่วยตรวจพบไขมันสะสม แต่ไม่สามารถบอกการอักเสบหรือระยะพังผืดได้อย่างแม่นยำ จึงอาจต้องใช้ FIB-4 และ FibroScan เพื่อประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติม ส่วนการเจาะชิ้นเนื้อตับใช้เฉพาะในรายที่มีข้อบ่งชี้ ไม่จำเป็นต้องทำในผู้ป่วยทุกคน

คำถามที่พบบ่อย

อัลตราซาวนด์ทั่วไปใช้ดูรูปร่างอวัยวะและประเมินไขมันในตับโดยประมาณ ส่วน FibroScan ใช้ประเมินทั้งความแข็งของตับซึ่งสัมพันธ์กับพังผืด และปริมาณไขมันผ่านค่า CAP
ไม่เสมอไป ค่า ALT อาจสูงจากไวรัสตับอักเสบ แอลกอฮอล์ ยา สมุนไพร หรือโรคตับชนิดอื่น ต้องตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม
ไม่ใช่ FIB-4 เป็นเครื่องมือประเมินความเสี่ยง ไม่ใช่ผลวินิจฉัยตับแข็ง หากค่าอยู่ในระดับสูง แพทย์มักพิจารณาตรวจ FibroScan หรือการตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยัน

บทความนี้ได้รับการตรวจสอบด้านเนื้อหาทางวิชาการโดย แพทย์แผนจีน (ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน)

Carbova Capsules

Carbova Capsules

ตับ // หัวใจ // ประสาทและสมอง // การไหลเวียนเลือด

ปรึกษาแพทย์จีน
ปรึกษาแพทย์จีน
Scroll to Top